บริจาคเลือด #2

posted on 12 Dec 2009 13:38 by ahrurbbrurha  in ohisee

 

ครั้งนู้น!! ได้พูดถึงการเตรียมตัวก่อนบริจาคเลือด วันนี้จะพูดถึงขั้นตอนการบริจาคเลือดและบรรยากาศ ณ ที่นี้
เริ่มจากการตรวจเลือดเลย ตรวจเพื่อดูว่าเลือดลอยหรือไม่ (รึเลือดจางอันเดียวกัน)
ทางการแพทย์เดี๋ยวนี้เค้าทันสมัยจริงๆ เข็มเจาะเลือดไม่น่ากลัวอย่าที่คิด มันเหมือนปากกาอ่ะ แต่เป็นเข็มแหลมๆ
ทิ่มไปหนึ่งที เสียงดังคล้ายๆ กดปากกา แล้วเลือดก็ไหลออกมาจากนิ้ว ..หมอก็นำเลือดไปผสมกับน้ำยาอะไรสักอย่างแล้วคนให้เข้ากัน..ก็รู้ได้ทันที ว่าเราเลือดกรุ๊ปอะไร แล้วก็เอาไปวัดดูว่าเลือดจางไหม ไม่จาง โอเคผ่าน!! เริ่มขั้นต่อไปได้

เพิ่มเติม :: สาเหตุที่เลือดจางหรือเลือดลอยเพราะปริมาณเม็ดเลือดค่อนข้างน้อย ทำให้หยดเลือดเบากว่าน้ำยาที่เค้าใช้เปรียบเทียบ คนที่หมดบอกเลือดจางรึเลือดลอยเพราะขาดธาตุเหล็ก กินตับ,ผักใบเขียว,นม,ไข่,เนื้อสัตว์ เข้าไว้พวกนี้ให้ธาตุเหล็ก
การวัดความดัน
ไอ้เครื่องวัดมันรัดๆ แขนดี ทำให้ดูตึงๆ และรู้สึกแขนเล็ก
ตรวจการเต้นของหัวใจ
หมอที่ตรวจเป็นหมอผู้ชาย โรงเรียนเราเป็นผู้หญิง ดีจริงๆ หมอมานั่งจับๆ ขยับๆ (หูฟังการเต้นของหัวใจ)
การตรวจสอบใบที่เรากรอกข้อมูล ตรวจสอบวันเดือนปีเกิด แจ้งกรุ๊ปเลือด แล้วนั่งรอคิวเอาถุงใส่เลือด         
ขั้นตอนนี้เกือบไม่ได้บริจาคเลือดแล้ว เพราะว่า มีหมอคนนึงเค้าก็มีอายุนะ (จริงๆ ก็คือแก่นั่นแล)
เค้าก็ตรวจเช็ควันเดือนปีเกิด หาว่าอายุไม่ถึงซะงั้น ขาดไป 3 เดือน ทั้งๆ ที่เขียนว่า 'ก.ย.'
แต่เหมือนหมอเค้าเข้าใจว่าเดือนนี้เดือนกันยา แล้วนับมาถึงพฤศจิกา ขาดไป 3 เดือน เหอะๆ
R. ในร่างสีดำแอบคิดว่า ถ้าเราไม่อยากบริจาคก็เออออไปกับเค้าก็ได้
แต่ R. ในร่างสีขาว ก็คิดว่า สักครั้งนึง ลองดู ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้ว
ก็เลยบอกหมอไปว่า 'หนูเกิดเดือนกันยานะคะ' หมอก็ตรวจดูใหม่ ผ่านนน!!
หลังจากนี้ก็เป็นการดูดเลือดออกจากตัว ฮ่า นั่งรอเค้าเรียกเอาถุงใส่เลือดสักแปบ
เราได้คิวที่ 77 ก็เตรียมขึ้นเตียงได้เลย ก่อนขึ้นเตียง ขอดูบรรยากาศสักนิด
เพื่อนคนนึงน่ารากมากกกก มันบอกเนี่ยเข็มที่เจาะ เท่าหลอดยาคูลเลยนะ
มันลากไปดู..รู้สึกเสียวๆ แต่พอเห็นมันก็ไม่ได้ใหญ่เวอร์ ทนได้!!!
เพื่อนอีกคนกำลังบริจาคเลือด เป็นคนแรกของห้องเราเลย มีคนถามเจ็บไหม ..ไม่เจ็บ
พอได้ยินแบบนี้ก็เลย เอาวะ ต่อจากเพื่อนเลยแล้วกัน..แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ขึ้นเลยหรอก
ไปดูคนโน้นคนนี้พอกลับมาอีกที ขอเวลาทำใจแปบ..เพื่อนบอกเอาเลยๆ

เออ..เอาเลยแล้วกัน ....เค้าก็เอาลูกกลมๆ มาให้กำ แล้วก็รัดแขน
แล้วก็เอาเข็มที่มียาชาฉีดเข้าไปที่แขน ตอนนั้นแบบ เจ็บนิดนึง ตอนที่เข็มเข้าไป แปบเดียวเอง
แล้วเค้าก็เอาเข็มที่เพื่อนมันเคยขู่ว่าเท่าหลอดยาคูล เจาะเข้าไปรูปที่ฉีดยาชาแหละ
อันนี้ไม่เจ็บเลย...(แต่ท่านผู้ชม มีเพื่อนดิฉันอยู่สามคนมันปอด คนแรกพอรู้ว่าตัวเองบริจาคได้ มันแอบไปร้องไห้
มันบอกกลัว คนที่สองกับคนที่สามกลัวเจ็บตอนเจาะเส้นเลือด เราได้ยินมาว่าหมอเสื้อขาว (ไม่มีภาพประกอบ)
ฉีดยาชาไม่เจ็บ ก็ตัดสินใจฉีดกับหมอเสื้อขาวนั่นแหละ แต่ที่ไหนได้..ได้อย่างเสียอย่าง
หมอเสื้อขาวฉีดยาชาไม่เจ็บแต่เจาะเลือดเจ็บ ฮ่าๆ แล้วเข็มเจาะเลือดใหญ่กว่าเข็มฉีดยาชาซะอีก
เพื่อนทรมานมาก ปกติเค้าให้บีบลูกกลมๆ เลือดจะได้ออก แต่มันไม่มีแรง เจ็บมาก ปวดที่เส้น หลังจากนั้น ก็ช้ำเลือดเลยอันนี้สอนให้รู้ว่า ได้อย่างก็เสียอย่าง) หลังจากบริจาคก็พักสักแปบเดี๋ยวหน้ามืดเป็นลม คนที่น้ำหนักไม่ถึงแล้วโกงน้ำหนักเนี่ยแทบทุกรายหน้ามืด เป็นลมกันหมด เพราะฉะนั้นคนที่น้ำหนักไม่ถึง อายุไม่ถึงเกณฑ์ ก็ไม่ควรบริจาคมันเป็นอันตรายต่อคัวคุณเอง

ประโยชน์ของการบริจาคโลหิต
• ได้ตรวจเช็คสุขภาพร่างกายทุก 3 เดือน
• ได้ตรวจ ซิฟิลิส
• ได้ตรวจไวรัสตับอักเสบ บี , ซี
• ได้ตรวจเอสด์
• ได้รับการตรวจหมู่โลหิต
• ได้รับความสุขใจที่ได้ช่วยชีวิตผู้อื่น



เฮ้อ! สุขใจจริงๆ :]

 

 

เตรียมบริจาคเลือด #1

posted on 07 Dec 2009 21:29 by ahrurbbrurha  in ohisee

เอิ่มมม..เมื่อหลายวันมาแล้ว(จริงๆ สักพักแล้วแหละ)ได้มีโอกาสไปบริจาคเลือด
ทางโรงพยาบาลมาขอบริจาคจากโรงเรียนเลย ไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาลให้เมื่อย
วันนี้ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาเลย จำได้ว่าเมื่อวันก่อนเค้าประกาศว่าจะรับบริจาคเลือด
แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร...พอดีเพื่อนชวนบวกกับไม่อยากเรียนสังคม < มันคือเหตุผลหลัก ฮ่า

คุณสมบัติผู้บริจาคโลหิต
คนที่สามารถบริจาคได้อายุต้อง 17 ปีบริบูรณ์ ขาดแม้แต่วันเดียวก็ไม่ได้
เห็นเค้าบอกว่า ร่างกายยังไม่พร้อม และกฎหมายไม่อนุญาตให้ตัดสินใจเอง
เพื่อนที่มาด้วยกันเตรียมตัวมาพร้อมมาก (พร้อมกว่าเราซะอีก) แต่อายุไม่ถึงก็หมดสิทธิ์ไป
บอกกับหมอว่าอีก 3 เดือนเองนะคะ เค้าก็บอกว่าไม่ได้!! มันเสี่ยง

นอนเกิน 6 ชั่วโมง
อันนี้ไม่ต้องพูดถึง คืนก่อนบริจาค รู้สึกง่วงเลยนอนตั้งแต่ สามทุ่ม เกินและเหลืออีก
ก่อนบริจาคกินข้าวด้วย!!
ข้อนี้ไม่พลาด กินอยู่ทุกวัน เมื่อเช้าอิ่มเลย เพื่อนคนนึงน้ำหนักไม่ถึงเหลืออีก 1 กิโลฯ มันชวนไปกินข้าวจะได้ผ่านแต่สุดท้ายมันก็ไปไม่ไป
ไม่อยู่ระหว่างรอบเดือน
เพื่อนเราไม่ได้บริจาคเพราะมีรอบเดือนเนี่ยแหละ! ไม่รู้มันดีใจรึเสียใจ
น้ำหนักต้อง 45 กิโลฯ ขึ้นไป และไม่มีโรค พวกโรคหัวใจ ไต เบาหวาน โรคติดเชื้อต่างๆ อะไรเทือกนั้นแล
เพื่อนอีกคนอายุใกล้จะ 18 แล้ว แต่น้ำหนักไม่ถึง เหลืออีก 1 กิโลฯ บอกหมอ หมอบอกมันเสี่ยง!! อดไปอีกคน
เอาละ คราวนี้เหลือเรากับเพื่อนอีกคน อายุถึง แถมน้ำหนักเกินเกณฑ์ แต่เพื่อนมันปอด มันไม่ค่อยกล้า

ในความคิดเราตอนนั้นเอาไงเอากัน ..แต่ถ้าไม่มีเพื่อนเค้าไม่บริจาคนะ 55 (ออกแนวปอดๆคือกัน 555)
เพื่อนคนโน้นก็อายุไม่ถึง คนนั้นก็น้ำหนักไม่ถึงเกณฑ์ อีกคนก็ปอด เหลือเราไม่ได้ปอดนะ..แค่เสียวเจ็บ 55 (มันเหมือนกันไหม?)

 

ครั้งหน้ามาพูดถึงบรรยากาศและขั้นตอนการบริจาคเลือดต่อดีกว่า ส่วนวันนี้ขี้เกียจ เพราะใช้เวลาไปกว่าครึ่งวัน กับการบริจาคเลือด
(จริงๆ ตัวเองแค่แปบเดียวแต่พัก กินโน่นกินนี่ ดูคนนั้นบ้างคนนี้บ้าง รอเพื่อนอีก เลยหมดไปครึ่งวัน :) )